ประวัติความเป็นมาของ CPU (central processing unit)
ไมโครโพรเซสเซอร์เกิดขึ้นช่วงทศวรรษ 1970โดยเกิดจากการนำเทคโนโลยี
2 อย่างมาร่วมกันพัฒนา
คือเทคโนโลยีด้านดิจิตอลคอมพิวเตอร์และ เทคโนโลยีด้านโซลิดเสเตต
ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 คือ
ดิจิตอลคอมพิวเตอร์ถูกพัฒนาใช้ในด้านการทหาร ช่วงกลาง ค.ศ. 1940 ดิจิตอลคอมพิวเตอร์ถูกพัฒนาใช้ในวิทยาศาสตร์ และธุรกิจ ปี ค.ศ. 1948นักวิทยาศาสตร์ได้คิดค้นทรานซิสเตอร์ที่ทำมาจากโซลิดสเตต
ช่วง ค.ศ. 1950
เริ่มมีการผลิตดิจิตอลคอมพิวเตอร์สำหรับใช้งานทั่วไปโดยใช้หลอดสูญญากาศเป็นส่วนประกอบในการสร้างวงจรพื้นฐานเช่น
เกต
และฟลิปฟลอปเพื่อใช้เครื่องคำนวนและหน่วยความจำและอินพุตและเอาต์พุตของดิจิตอลคอมพิวเตอร์
และช่วงทศวรรษเดียวกันได้มีการทดลองโซลิดเสเตตอย่างจิงจังและได้ผลิตทรานซิสเตอร์ที่ทำจากสารกึ่งตัวนำซิลิคอน
และปลายทศวรรษที่ 1950 ได้นำทรานซิสเตอร์มาใช้
แทนหลอดสูญญากาศ
ช่วงต้นทศวรรษ1960
ได้มีการนำทรานซิสเตอร์หลายๆตัวมาบรรจุลงในซิลิคอนเพียงตัวเดียว
โดยที่ทรานซิสเตอร์
แต่ละตัวจะถูกเชื่อมต่อกันด้วยโลหะขนาดเล็กเพื่อสร้างเป็นวงจรแบบต่างๆ เช่น เกต
ฟลิปฟลอป แล้วมีการสร้างวงจรจากเทคโนโลยีแบบใหม่เรียกว่า ไอซี
ช่วงกลางทศวรรค 1960
ได้มีการผลิตไอซีพื้นฐานเป็นแบบ small และ medium
scale integration
(SSI
และ MSI) ทำให้เทคโนโลยีถูกแรงผลักดัน 2 แนวทาง คือการพัฒนาทางด้านเทคนิคเพื่อลดต้นทุนการผลิต
และอีกแนวทางหนึ่งก็คือการเพิ่มความซับซ้อนให้กับวงจร
ต้นทศวรรษที่
1970 ได้เริ่มนำเอาวงจรดิจิตอลมาสร้างรวมกันและบรรจุอยู่ไอซีตัวเดียวเรียกว่า large-scale
integration(LSI) และในช่วงทศวรรษที่ 1980
ก็ได้มีการนำเอาทรานซิสเตอร์มากกว่า100,000ตัวมาใส่ในไอซีเพียงตัวเดียวซึ่งเรียกว่า
very large-scale integration (VLSI)
ขอบคุณที่มาจาก : https://www.google.co.th/?gws_rd=cr&ei=z_z1UpSyEaLoiAeJzIGYBA#q=%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4+cpu

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น